คลินิคมีชัย คืออะไร? | อยู่ที่ไหนค่ะ? – มีคำตอบ กูรู

คลินิคมีชัย คือ สถานพยาบาลวางแผนครอบครัว ก่อตั้งโดยนายมีชัย วีระไวทยะ ตั้งแต่ปีพ.ศ.2517 ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็น “สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน” (Population and Community Development Association เรียกย่อ ๆ ว่า PDA) ให้ความรู้เรื่องการวางแผนครอบครัวแก่หญิงชนบท สนับสนุนการคุมกำเนิดขั้นพื้นฐานด้วยการใช้ถุงยางอนามัย อยู่ที่ซอยสุขุมวิท12 เข้าจากปากซอยประมาณ 200 เมตร อยู่ด้านขวาเป็นอาคารขนาดใหญ่สูง 8 ชั้น คนที่มาใช้บริการคือผู้ที่ต้องการทำแท้ง(ฮาร์เวิร์ด หวังพาหมวยแมกซิมมา) คุณหมอที่นี่จะทำแท้งโดยให้กินยาแก้ปวดก่อนแล้วจึงใช้เครื่องมือถ่างขยายปากมดลูกและทำแท้งโดยไม่ใช้ยาสลบ สามารถทำเสร็จภายในวันเดียวไม่ต้องนอนค้างคืน และจะรับทำแท้งในกรณีอายุครรภ์ 1-2 เดือนเท่านั้น(ถ้าตั้งครรภ์เกิน 2 เดือนจะส่งต่อผู้ป่วยไปทำแท้งที่โรงพยาบาลคลองตัน)

สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการเดินทางมารับบริการ ทางคลินิกมีบริการให้คำปรึกษาปัญหาตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ตั้งครรภ์ในวัยเรียนทางโทรศัพท์ เราสามารถจัดส่งยาทำแท้งที่ปลอดภัยให้แก่ท่าน ด้วยระบบ EMS ติดต่อฝ่ายเภสัชกรรม โทร. 092-5823877, 093-6190846

จังหวัดที่จัดส่งของ :
เชียงราย
เชียงใหม่
น่าน
พะเยา
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
อุตรดิตถ์
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
สกลนคร
สุรินทร์
ศรีสะเกษ
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อุดรธานี
อุบลราชธานี
อำนาจเจริญ
กรุงเทพมหานคร
กำแพงเพชร
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นครสวรรค์
นนทบุรี
ปทุมธานี
พระนครศรีอยุธยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สิงห์บุรี
สุโขทัย
สุพรรณบุรี
สระบุรี
อ่างทอง
อุทัยธานี
จันทบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชลบุรี
ตราด
ปราจีนบุรี
ระยอง
สระแก้ว
กาญจนบุรี
ตาก
ประจวบคีรีขันธ์
เพชรบุรี
ราชบุรี
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ระนอง
สตูล
สงขลา
สุราษฎร์ธานี
ยะลา

Design & Search Engine Optimization for Google.co.th

วันก่อนพาแฟนไปทำแท้งที่คลินิคหมอมีชัยในซอยสุขุมวิท12

วันก่อนพาแฟนไปทำแท้งที่คลินิคหมอมีชัยในซอยสุขุมวิท12 ที่ที่ใครก็รู้กันดีว่าหากต้องการเอาเด็กออกต้องมาที่นี่
หลังจากเข้ามาถึงตึกแล้ว ทางด้านขวามือจะมีตึกใหญ่คล้ายโรงพยาบาลขนาดเล็ก มีคนเดินเข้าออกกันอย่างครึกครื้น ซึ่งที่นี่จะรู้กันทั่วไป ถ้าใครเกิดท้องแล้วไม่พร้อม ก็จะมาที่นี่ไม่ผิดหวัง
ไม่ต้องหลบซ่อนแบบบางที่และไม่ใช่คลินิกเถื่อนที่ทำแล้วต้องมากลัวว่าจะตกเลือดหรือันตรายหรือเปล่า พอไปถึงแล้วต้องเดินลัดเลาะไปโผล่โรงพยาบาล(เข้าไปคลีนิกทะลุข้างหลังไปทำในโรงพยาบาล)แต่ที่นี่ทำบัตรข้างล่าง
ท่านจะเห็นหญิงสาวหลายรายนั่งรอก็อยู่ที่ชั้นล่างหลายคน หลังจากทำบัตรเสร็จแล้วก็ขึ้นไปทำชั้นสองได้เลย
ไม่ต้องกลัวเหงามีเพื่อนมาทำวันหนึ่งเกือบร้อย สนนราคาประมาณ3000

 

13

สุดสลด! สาว 21 ทำแท้งเถื่อน ตกเลือดดับคาบ้านพักตัวเอง

สุดสลด! สาว 21 ทำแท้งเถื่อน ตกเลือดดับคาบ้านพักตัวเอง

 

พบศพสาววัย 21 นอนเสียชีวิตในบ้านพัก จ.ยะลา ตำรวจคาดหมอเถื่อนเปิดห้องทำแท้ง แต่ผู้ตายเลือดไหลไม่หยุด จึงช็อกดับคาเตียง

วันนี้ (24สิงหาคม2556) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยะลา เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุพบหญิงสาวเสียชีวิตในบ้านพักแห่งหนึ่งใน จ.ยะลา เมื่อเวลา 20.30 น. ของวันที่ 23 สิงหาคม โดยที่เกิดเหตุ อยู่ที่บ้านเลขที่ 18/9 ม.3 พบศพหญิงสาวอายุ 21 ปี นอนจมกองเลือด เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง ภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด

จาก การสอบถาม นางสมศรี วาดด้วงจันทร์ อายุ 48 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นรปภ.รักษาความปลอดภัย ทราบว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา มีชายอายุประมาณ 45 ปี ซึ่งเป็นแพทย์ประจำคลินิกแห่งหนึ่งในจังหวัดยะลา ก่อนที่จะมีหญิงสาว 3 คน เข้ามาให้ห้องพักที่เกิดเหตุ ซึ่งมีการเดินเข้า-ออกตลอดทั้งวัน และในช่วงเที่ยงของวันที่ 20สิงหาคม ก็มีการเดินออกจากบ้านไป ตนเห็นท่าทางแปลกๆมีพิรุจ จึงเดินตามไปดู เห็นประตูเปิดอ้าอยู่ เมื่อลองเปิดประตูดูก็พบ ผู้ตายนอนเสียชีวิตในภาพมีเลือดไหลเกรอะกรัง และพบผ้าอ้อมเปื้อนเลือดอีก 2 ชิ้น ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วห้อง

นางสมศรี กล่าวด้วยว่า ชายกลางคนที่มามักจะมาเป็นประจำ ซึ่งแต่ละครั้งก็จะอยู่ ประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง พร้อมกับหญิงสาววัยรุ่นตามเข้าไปในห้องด้วยทุกครั้ง

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะตั้งครรภ์ในวัยเรียน จึงหาทางออกด้วยการทำแท้ง และใช้บริการหมอเถื่อน มาทำแท้งที่บ้านแห่งนี้ แต่เกิดอาการตกเลือด จนทำให้เกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเก็บรวบรวมหลักฐาน และติดตามตัวแก๊งหมอทำแท้งเถื่อนมาดำเนินคดีต่อไป

ประเทศใดบ้างอนุญาตทำแท้งถูกกฎหมาย?

ประเทศใดบ้างอนุญาตทำแท้งถูกกฎหมาย?

หลังจากสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ผ่านกฎหมายอนุญาตให้ผู้หญิงสามารถทำแท้งด้วยการใช้ยาได้เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ทำได้เฉพาะในเงื่อนไขที่จำกัดมาก รายงานชิ้นนี้จะพาไปดูว่า ประเทศใดบ้างที่ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
กฎหมายการทำแท้งฉบับใหม่ของไอร์แลนด์ ระบุว่า ผู้หญิงสามารถทำแท้งได้อย่างถูกกฎหมายก็ต่อเมื่อแพทย์ 3 คนลงชื่อรับรองอย่างเป็นเอกฉันท์ ว่าหากปล่อยให้ตั้งครรภ์ต่อไป ผู้หญิงอาจมีอันตรายถึงชีวิต
ในขณะที่ผู้ต่อต้านการทำแท้งในไอร์แลนด์ต่อต้านกฎหมายฉบับนี้ ผู้สนับสนุนสิทธิการทำแท้งจำนวนมากก็โจมตีกฎหมายฉบับนี้เช่นกัน โดยกล่าวว่ากฎหมายให้สิทธิผู้หญิงอย่างจำกัดมาก ภายใต้กฎหมายนี้ ผู้หญิงที่ถูกข่มขืนจนตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่ทารกในครรภ์พิการ และผู้หญิงที่ครรภ์เป็นพิษจนมีอันตราย แต่ไม่ถึงชีวิต ก็ยังไม่มีสิทธิทำแท้ง
หากไม่นับนครรัฐเล็กๆ อย่าง วาติกัน มอลตา และอันดอร์รา ไอร์แลนด์เป็นเพียงประเทศเดียวในยุโรปที่ยังจำกัดสิทธิผู้หญิงในการทำแท้งอย่างเคร่งครัด ประเทศในยุโรปส่วนใหญ่อนุญาตให้ผู้หญิงทำแท้งได้เสรีในระยะตั้งครรภ์ไม่เกิน 3 เดือน หากเกิน 3 เดือน ผู้หญิงยังสามารถทำแท้งได้ ถ้าแพทย์เห็นว่าการตั้งครรภ์อาจกระทบต่อสุขภาพทางร่างกาย หรือจิตใจของหญิงเจ้าของครรภ์ รวมถึงเด็กในท้องเสี่ยงจะพิการ หรือผู้หญิงอายุต่ำกว่า 14 ปี
สหรัฐอเมริกาและแคนาดา ก็ให้สิทธิทำแท้งค่อนข้างเสรี แม้ว่าแต่ละมลรัฐของสหรัฐฯ จะมีข้อจำกัดต่างกันอยู่บ้างสำหรับกรณีท้องแก่
ในทางตรงกันข้าม ประเทศในทวีปแอฟริกาเกือบทั้งหมดยังจำกัดสิทธิการทำแท้งอยู่มาก รายงานของสหประชาชาติเปิดเผยว่า ประเทศในทวีปแอฟริกา 54 ประเทศ มีเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้เสรี ได้แก่ ตูนิเซีย แอฟริกาใต้ และเคปเวิร์ด
ประเทศในอเมริกาใต้ ซึ่งส่วนใหญ่ประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก ก็จำกัดสิทธิในการทำแท้ง ประเทศที่เป็นข้อยกเว้นคือ กายอานา ซึ่งเคยเป็นอาณานิคมอังกฤษ และมีประชากรกว่าครึ่งนับถือคริสต์นิกายแองกลิกัน
ประเทศในตะวันออกกลางส่วนใหญ่ก็ยังจำกัดสิทธิในการทำแท้งเช่นกัน แม้แต่ในประเทศมุสลิมที่ร่ำรวยและเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ อย่างกาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผู้หญิงก็ยังมีสิทธิทำแท้งได้เพียงกรณีเดียว คือในกรณีที่การตั้งครรภ์อาจทำให้เสียชีวิตเท่านั้น
อย่างไรก็ดี มีประเทศที่เป็นข้อยกเว้นอยู่บ้าง ตุรกี ซึ่งเป็นประเทศที่คนส่วนใหญ่เป็นมุสลิม แต่รัฐไม่ยอมให้หลักศาสนาเข้ามากำหนดกฎหมาย ให้สิทธิผู้หญิงในการทำแท้งเทียบเท่าประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป นอกจากนี้ ตูนิเซียและบาห์เรนก็ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้ค่อนข้างเสรี
ประเทศมุสลิมในเอเชียกลาง เช่น คาซัคสถาน อุซเบกิซสถาน คีร์กีซสถาน และเติร์กเมนิสถาน ก็ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้อย่างเสรีเช่นกัน
หากไม่นับตะวันออกกลาง ทวีปเอเชียนับว่าเป็นทวีปที่ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งค่อนข้างมาก มี 17 ประเทศที่ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้ค่อนข้างเสรี จีน อินเดีย เกาหลีใต้ มองโกเลีย กัมพูชา สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศในเอเชียกลางเกือบทั้งหมดเปิดให้ทำแท้งได้อย่างถูกกฎหมาย
ประเทศในเอเชียที่ยังจำกัดสิทธิทำแท้ง ส่วนใหญ่มักเป็นประเทศเคร่งศาสนา ไม่ว่าศาสนาอิสลาม เช่น บรูไน บังกลาเทศ และอินโดนีเซีย หรือศาสนาพุทธ เช่น ศรีลังกา ภูฏาน และเมียนมาร์ และศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก เช่น ฟิลิปปินส์
ในประเทศไทย กฎหมายอนุญาตให้ผู้หญิงทำแท้งได้ในกรณีที่การตั้งครรภ์ต่อไปจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้หญิง หรือในกรณีที่ผู้หญิงถูกทำให้ตั้งครรภ์โดยวิธีผิดกฎหมาย เช่น ถูกข่มขืน แต่กฎหมายไทยก็ยังไม่ยอมให้ผู้หญิงทำแท้งในกรณีที่ทารกในครรภ์พิการ หรือในกรณีที่ผู้หญิงไม่พร้อมด้วยวัยวุฒิ และทุนทรัพย์ที่จะมีลูก
ตามข้อมูลของสหประชาชาติ ประเทศพัฒนาแล้วกว่าร้อยละ 82 อนุญาตให้ผู้หญิงทำแท้งด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่อนุญาติ

ตำรวจบุกจับคลินิกเถื่อนมีแพทย์เป็นผู้รับทำแท้ง

สงขลา – ตำรวจอำเภอเมือง จ.สงขลา จับหมอทำแท้งเถื่อน อดีตสูตินารีแพทย์ พร้อมของกลางอุปกรณ์ทำแท้ง และยาเวชภัณฑ์จำนวนหลายรายการ ขณะกำลังเตรียมทำแท้งให้ผู้หญิงท้อง 5 เดือน สารภาพทำมานานกว่า 5 ปี ทำแท้งไปแล้วกว่า 200 ราย

เมื่อเวลา12.30 น. วันนี้ (22 ก.ค.2556) พ.ต.ท.สุขีเกษม เจียมวิไล รอง ผกก.ปป.สภ.เมือง จ.สงขลา ได้รับแจ้งมีหมอทำแท้งเถื่อนได้นัดลูกค้ามาทำแท้งภายในโรงแรม แฮปปี้อิน ม.3 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.สงขลา จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วย พ.ต.ท.บรรจบ ช่วยแก้ว สวป.เข้าทำการตรวจสอบภายในโงแรมที่ห้องไม่มีเลขที่ พบนายประพักตร์ ทิพย์รัตน์ อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119/12 ม.1 ต.อ่าวลึกใต้ อ.เมือง จ.สงขลา พร้อมด้วยหญิง-ชายคู่หนึ่ง อาศัยอยู่ข้างในห้อง จึงได้ทำการตรวจค้นพบภายกระเป๋าสีดำ มีอุปกรณ์ในการทำแท้งหลายรายการ

ประกอบด้วย เข็มฉีดยาขนาดใหญ่ ยาทำแท้งแบบเม็ดยี่ห้อไซโตเทค(cytotec) ยาทำแท้งขนิดกินยี่ห้อ ru486 และขนาดเล็ก รวม 26 อัน เข็มฉีดยาใช้แล้ว จำนวน 3 อัน ไม้ก้านมะพร้าวสำหรับยึดท่อยางสวนปัสสาวะ ยาวประมาน 10 นิ้ว จำนวน 5 อัน วาสลีน จำนวน 1 หลอด ท่อขยายทวาร จำนวน 1 อัน ยาแก้อักเสบชนิดน้ำ จำนวน 11 หลอด ยาแก้อักเสบชนิดเม็ด จำนวน 5 ถุง ยาคุมกำเนิดชนิดแผง จำนวน 2 แผง น้ำยาหล่อลื่นช่องคลอด จำนวน 1 หลอด อุปกรณ์ทำแท้ง ยาแก้ปวด และยาแก้ไข้ชนิดอื่นๆ รวมกว่า 20 รายการ ไฟฉาย จำนวน 2 กระบอก เงินสด จำนวน 8,000 บาท จึงได้นำตัวทั้ง 3 คน มาทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมือง

จากการสอบสวน นายประพักตร์ ทิพย์รัตน์ อายุ 67 ปี ให้การยอมรับว่า ตนเป็นหมอทำแท้งเถื่อนจริง โดยทำมานานประมาณ 2 ปี มีคนมาทำแท้งกับตนแล้วประมาณ 20 ราย โดยได้ความรู้มาจากอาศัยเคยเป็นบุรุษพยาบาลในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช เห็นแพทย์พยาบาลทำการขูดมดลูก และใส่ห่วงให้ผู้ป่วยที่มาทำหมันจนชินตา หลังเกษียณอายุก็ได้กลับมาอยู่บ้าน จึงใช้ความรู้ที่ได้จาการเป็นบุรุษพยาบาลรับทำแท้ง โดยลูกค้าที่มาใช้บริการส่วนใหญ่จะบอกกันปากต่อปาก ไม่ได้มีการเปิดเป็นคลินิก

โดยส่วนใหญ่จะนัดแนะไปทำตามโรงแรม หรือบังกะโล โดยคิดค่าบริการตามอายุครรภ์ เดือนละ 2,500 บาท โดยรายล่าสุด อายุครรภ์ 6 เดือน คิดค่าบริการ 8 พันบาท แต่ขณะที่กำลังจะลงมือทำแท้งก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการจับกุมเสียก่อน

พ.ต.ท.สุขเกษม นครวิไล รอง ผกก.ปป.สภ.เมือง จ.สงขลา กล่าวว่า ในเบื้องได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายประพักตร์ ข้อหาประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และพยายามทำให้หญิงอื่นแท้งลูก ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

สำหรับคู่ชายหญิง 2 คน จากการสอบถามทั้งคู่ทราบว่าสาเหตุที่คิดทำแท้งเนื่องจากความไม่พร้อมของครอบครัว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ปล่อยตัวไป เนื่องจากยังไม่ได้มีการกระทำผิด พร้อมนำตัวนายประพักตร์ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

ประเทศไทยเอาบ้าง! เตรียมใช้ “ยาทำแท้ง” ถูก กฏหมาย

ประเทศไทยเอาบ้าง! เตรียมใช้ “ยาทำแท้ง” ถูก กฏหมาย

คกก.อนามัยเจริญพันธุ์ เล็งใช้อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งขายถุงยางอนามัย ให้ความรู้ป้องกันการท้องไม่พร้อม แก้ปัญหาวัยรุ่นมีเซ็กซ์อย่างปลอดภัย สั่งเปลี่ยนชื่อคลินิกเรื่องเพศเชิญชวนเด็กเข้าปรึกษามากขึ้น พร้อมมอบราชวิทยาลัยแพทย์ศึกษาข้อบ่งใช้การใช้ “ยาทำแท้ง” แบบถูกกฎหมาย

นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์แห่งชาติ ว่า กลยุทธ์การแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมจะเน้น 3 เรื่องหลัก คือ 1.การให้ความรู้และการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อม และทำความเข้าใจกับผู้ใหญ่ว่าการห้ามไม่ให้เยาวชนมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องยาก จึงต้องแนะนำแนวทางการป้องกันที่ถูกต้อง 2.การใช้โซเชียลมีเดีย เป็นสื่อกลางช่วยให้เยาวชนเข้าถึงแนวทางการป้องกัน การเข้าถึงบริการและอุปกรณ์การป้องกัน ซึ่งอาจจะใช้เป็นแหล่งในการให้ความรู้ แจกฟรี หรือขายอุปกรณ์การป้องกัน เช่น ถุงยางอนามัย เพื่อแก้ปัญหาวัยรุ่นไม่กล้าเผชิญหน้าในการสอบถามข้อสงสัย และ 3.สถานที่ให้บริการแก่เยาวชน อาจจะต้องมีการพัฒนาให้อยู่นอกโรงพยาบาลเป็นคลินิกต่างๆ โดยให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นคลินิกสุขภาพวัยรุ่น
“หากใช้คลินิกอนามัยเจริญพันธุ์อาจทำให้เด็กไม่กล้าใช้บริการ ส่วนงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการมี 2 ส่วน คือ งบประมาณส่งเสริมป้องกันโรคของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการให้แล้วเสร็จก่อนนำกลับมาเสนอคณะกรรมการชุดนี้อีกครั้ง ภายใน 60 วัน” รมว.สาธารณสุข กล่าว

นพ.ประดิษฐ กล่าวอีกว่า คณะกรรมการยังได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพัฒนาระเบียบ กฎ และกฎหมายด้านอนามัยเจริญพันธุ์ทำการศึกษา ทบทวน กฎหมาย กฎระเบียบที่อาจเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงการคุมกำเนิดและการแก้ปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อม เช่น การห้ามขายยายุติการตั้งครรภ์ แต่จะต้องหารือกับราชวิทยาลัยแพทย์ที่เกี่ยวข้องให้ออกข้อบ่งชี้ในการใช้และมาตรการควบคุมที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการใช้ในทางที่ผิด จากนั้นจึงจะพิจารณาว่าควรเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไปหรือไม่ เพราะมีทั้งผลดีและผลเสีย

นพ.ประดิษฐ กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการมีการหารือเรื่องปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ซึ่งพบว่ามีปัญหาในกลุ่มเยาวชนในระบบการศึกษา และผู้หญิงในภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวยังมีทัศนคติที่ไม่ดีในเรื่องการคุมกำเนิด ขาดความรู้ และเข้าไม่ถึงอุปกรณ์การป้องกัน เพราะผู้ปกครองมองว่าจะเป็นส่งเสริมให้เด็กมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร จึงอยากให้ผู้ปกครองและผู้ใหญ่ ยอมรับว่า ยุคปัจจุบันการจะห้ามไม่ให้เด็กมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องยาก    http://clinicnarin.com

แม่สเปนใจเหี้ยม! ทิ้งลูกน้อยในไส้ลงท่อ หลังทำแท้งด้วยการใช้ยาสอดไม่สำเร็จ

แม่สเปนใจเหี้ยม! ทิ้งลูกน้อยในไส้ลงท่อ หลังทำแท้งด้วยการใช้ยาสอดไม่สำเร็จ

630

ชาวสเปนแจ้งหน่วยดับเพลิง หลังได้ยินเสียงร้องคล้ายแมวดังจากท่อน้ำ แต่ต้องตะลึงเมื่อกลายเป็นทารกอายุ 2 วัน ส่วนแม่เด็กถูกจับฐานพยายามฆ่า แต่ได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมาเพื่อดูแลลูก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 24 มิ.ย. ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสเปน จับกุมแม่วัยรุ่นใจโหดอายุ 26 ปี ข่าวไม่เปิดเผยชื่อ ฐานพยายามฆ่าลูกในไส้ ด้วยการใช้ยาทำแท้งและทิ้งลงในชักโครก หลังเพิ่มลืมตาดูโลกหมาดๆ

ทั้งนี้ เด็กทารกอายุ 2 วัน ถูกพบหลังจากผู้อยู่อาศัยในละแวกดังกล่าวโทรศัพท์แจ้งหน่วยดับเพลิง เมื่อเวลา 02.00 น. วานนี้ หลังจากได้ยินเสียงร้องคล้ายแมวและคาดว่ามีสัตว์ติดอยู่ในท่อ แต่การค้นหานาน 40 ชั่วโมง กลับพบทารกที่ยังมีสายสะดือถูกห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติก ติดอยู่ในท่อระบายน้ำริมทางเดินใกล้กับแฟลตแห่งหนึ่ง ที่เมืองอลิกันเต้ แคว้นอลิกันเต้ ทางภาคใต้ของสเปน

ทารกเคราะห์ร้ายถูกนำส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา อาการค่อนข้างหนัก มีร่องรอยได้รับบาดเจ็บและแขนหัก 1 ข้าง แต่ไม่อันตรายถึงกับชีวิต หนัก 4.8 ปอนด์ ส่วนผู้เป็นแม่อายุ 26 ปี ถูกควบคุมตัวที่โรงพยาบาล หลังยอมรับกับคณะแพทย์ว่าทำแท้งไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจกระทำการดังกล่าว

อย่างไรก็ดี แม่ใจเหี้ยมถูกปล่อยตัวในเวลาต่อมา เนื่องจากได้รับการคุ้มครองในฐานะผู้ดูแลเด็ก แต่ยังโดนตั้งข้อหาพยายามฆ่า ส่วนขณะนี้แม่และเด็กได้รับการดูแลอยู่ที่โรงพยาบาลประจำเมืองอย่างใกล้ชิด ด้านเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ ระบุว่าจะตรวจสอบครอบครัวของทารกอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจว่าจะปล่อยให้ดูแลกันเองต่อไป หรือรับมาดูแลในสถานสงเคราะห์

อนึ่ง ก่อนหน้านี้เพิ่งเกิดเหตุลักษณะคล้ายกัน ที่เมืองจิ้นหู มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน โดยทารกเพศชายถูกพบติดในท่อน้ำทิ้งภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ขณะที่มารดาสาววัย 22 ปี ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เป็น “อุบัติเหตุ” คลอดบุตรโดยบังเอิญ ระหว่างทำธุระในห้องน้ำ เป็นเหตุให้ลูกน้อยตกลงไปในท่อโสโครก.

 

วัยรุ่นเวียดนามทำแท้งสูงที่สุดในกลุ่มชาติอาเซียน

เวียดนามเป็นประเทศที่มีอัตราการทำแท้งของวัยรุ่นอายุระหว่าง 15-19 ปี สูงที่สุดในกลุ่มชาติอาเซียน และเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยทำแท้งถึงปีละ 3 แสนคน สาเหตุเชื่อว่าเป็นเพราะขาดความรู้เรื่องการป้องกัน

ในอดีต อัตราการทำแท้งของวัยรุ่นอยู่ที่ร้อยละ 5 ถึง 7 ต่อปี แต่ในปัจจุบันตัวเลขนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10 อาจเป็นเพราะสภาพสังคมและทัศนคติของเยาวชนที่เปลี่ยนไป รวมถึงการไม่ใส่ใจในความสำคัญของเพศศึกษาและการคุมกำเนิด

เหงียน ที ฮง มิน ผู้อำนวยการแผนกวางแผนครอบครัว โรงพยาบาลแม่และเด็ก กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลพบว่ามีหลายกรณีที่หญิงสาวกลับมาทำแท้งมากกว่า 1 ครั้ง และเมื่อเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำเรื่องการคุมกำเนิด หญิงสาวเหล่านี้ก็รับฟังอย่างตั้งใจ แต่สุดท้ายแล้วหลายคนก็ตั้งครรภ์ซ้ำและกลับมาทำแท้งอีก ซึ่งทางโรงพยาบาลไม่เข้าใจว่าทำไมวัยรุ่นสาวเหล่านี้จึงไม่หาทางป้องกันระหว่างมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม ทั้งเจ้าหน้าที่และพยาบาลกำลังใช้ความพยายามที่จะทำความเข้าใจเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด

ในที่สุด ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนครอบครัว ก็พบว่าสิ่งที่หญิงสาวเหล่านี้ไม่มี คือ ความรู้เรื่องเพศศึกษา การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ และการใช้ยาคุมกำเนิด ซึ่งทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องพัฒนาและปรับเปลี่ยนหลักสูตรการอบรมให้มีความทันสมัย อย่างไรก็ตาม การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของทางโรงพยาบาลฝ่ายเดียว แต่ควรมีการส่งเสริมทั้งในโรงเรียน และภายในครอบครัว โดยผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วมด้วย เนื่องจากเยาวชนต้องการการชี้นำและการดูแลเอาใจใส่ให้เดินไปในทางที่ถูก และอีกทางหนึ่งที่เยาวชนทำได้ คือการเข้าปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่เชื่อถือได้